ผมเข้าใจคุณนะ…แต่ผมก็ไม่เชื่อคุณหรอก
ทุกครั้งที่มีคนบอกผมว่า “กลัวขายของตลาดนัด” ผมมักจะพยักหน้าแล้วพูดว่า “อืม เข้าใจนะ” แต่ในใจลึกๆ ผมไม่เคยเชื่อเลยจริงๆ ว่าคุณกลัว “การขายของ” หรอก
คุณไม่ได้กลัวลูกค้า ไม่ได้กลัวเสียงปฏิเสธ ไม่ได้กลัวแดด กลัวฝน หรือแม้แต่กลัวเหนื่อย

คุณกลัวอย่างเดียว…กลัวว่าถ้าคุณพยายามสุดตัวแล้วมันยังไม่เวิร์ก คุณจะต้องยอมรับความจริงที่น่าเจ็บปวดว่า “คุณไม่เก่งอย่างที่คุณเคยคิด”
และนั่นแหละคือเหตุผลที่คุณยังไม่เริ่มสักที เพราะถ้ายังไม่เริ่ม ยังไม่ล้ม…ก็ยังสามารถหลอกตัวเองต่อได้ว่า “ถ้าได้ลองนะ ฉันคงทำได้ดีแน่ๆ”
มันง่ายดีนะ…อยู่ในโหมดฝันกลางวันแบบนั้น แต่ขอโทษที ความฝันมันไม่ทำเงิน
ไม่มีใครสนว่าคุณจะขายได้หรือเปล่า…นอกจากคุณเท่านั้น
ตลาดนัดไม่ใช่เวทีประกวด ไม่มีกรรมการ ไม่มีคะแนน ไม่มีใครมานั่งประเมินคุณแบบละเอียด
ลูกค้าเดินผ่านก็แค่เดินผ่าน คุณขายไม่ได้ก็แค่ไม่ได้
ไม่มีใครนั่งล้อ ไม่มีใครตั้งคณะกรรมการสอบสวน ยกเว้นตัวคุณเอง
เสียงที่โหดร้ายที่สุดมักจะมาจากในหัวคุณเองเสมอ

ทุกคนเคยล้ม เหลว เจ๊ง โดนเมิน โดนปฏิเสธ…แต่มันไม่ถึงตาย
แม่ค้าหลายคนที่คุณเห็นขายดีๆ ทุกวันนี้ ลองถามเขาดูเถอะ ไม่มีใครไม่เคยยืนเหงา ไม่มีใครไม่เคยเก็บของกลับบ้านมือเปล่า
แต่พวกเขา “ลงมือ” มากกว่าคุณ พวกเขา “ล้มเหลว” มากกว่าคุณ
เพราะพวกเขา “กล้าเผชิญความจริง” มากกว่าคุณแค่นั้นเอง

คุณไม่ต้องเป็นคนเก่ง — คุณแค่ต้อง “กล้าเริ่มก่อน”
จุดเริ่มต้นไม่มีวันเพอร์เฟกต์
คุณจะไม่มีวันมีวันแรกที่สมบูรณ์แบบ โต๊ะอาจจะสั่นๆ ผ้าปูโต๊ะอาจจะขาดนิดหน่อย ของอาจจะไม่ถูกใจลูกค้า
และนั่นแหละคือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดแล้ว
เพราะความเพอร์เฟกต์ไม่เคยสอนอะไรใครเลย แต่ความไม่พร้อมต่างหากที่ผลักเราให้เติบโต

ขายของตลาดนัดมันคือเวทีของ “คนลงมือ” ไม่ใช่ “คนวางแผนไปเรื่อย”
คนส่วนใหญ่แพ้เพราะมัวแต่วางแผน ทำลิสต์ ดูเทรนด์ รอเพื่อนว่าง รอแฟนอนุมัติ รอมีทุนพอ รอวันฟ้าเปิด
จนวันหนึ่งก็มองย้อนกลับมาแล้วพูดว่า “รู้งี้เริ่มไปตั้งแต่ตอนนั้นก็ดี”
คุณกลัวล้มเหลว หรือแค่กลัวเสียหน้า?
ความกลัวนี้…มันไม่ได้ช่วยอะไรเลยนอกจากทำให้คุณนั่งเฉยๆ
คนเรามีศัตรูที่โหดร้ายที่สุดคือ “ศักดิ์ศรีปลอมๆ ที่ปกป้องตัวตนปลอมๆ”

คุณกลัวล้มเหลวต่อหน้าคนอื่น คุณกลัวเขาจะพูดว่า “เห็นไหม บอกแล้วว่าแกทำไม่ได้” คุณกลัวคนหัวเราะใส่
แต่คุณไม่เคยคิดเลยว่า คนที่เขาไม่ทำอะไรเลยต่างหาก ที่ไม่มีอะไรจะหัวเราะ
ถ้าคุณไม่กล้าลอง…คุณไม่มีสิทธิ์บ่นเลยว่า “ชีวิตไม่ยุติธรรม”
คนที่บ่นว่าโลกไม่แฟร์ ส่วนใหญ่เป็นคนที่ยังไม่ลงสนามจริง
โลกมันไม่แฟร์จริงนั่นแหละ แต่โอกาสมันมักไปอยู่กับคนที่ยอมแพ้บ่อยกว่าคุณ

เลิกหาข้ออ้าง แล้วเริ่มหากล่อง — เพราะนั่นแหละคือจุดเริ่มต้น
ข้ออ้างขายไม่ดีมีเป็นร้อย แต่โอกาสมีแค่ไม่กี่ครั้งในชีวิต
คุณอาจพูดว่า
- ไม่มีทุน
- ไม่มีเวลา
- ไม่มีความรู้
- ไม่มีคอนเน็กชัน
- ไม่มีคนช่วย
แต่รู้ไหม? ไม่มี “ความกล้า” นั่นแหละที่สำคัญที่สุด
และมันฟรีด้วย

ทุกครั้งที่คุณไม่ลอง คือคุณ “แพ้ให้ความกลัว” แบบไม่ต้องสู้เลย
ชีวิตคุณอาจจะไม่ได้แย่เพราะคุณล้มเหลว แต่แย่เพราะคุณไม่กล้าแม้แต่จะล้มด้วยซ้ำ
คุณอยู่ในเขตปลอดภัยมานานเกินไป จนคุณลืมไปว่าชีวิตมันเริ่มต้นจากความเสี่ยงเล็กๆ นี่แหละ
ตลาดนัดคือสนามฝึกนักสู้ ไม่ใช่สนามของเทพเจ้า
ไม่มีใครมาเริ่มต้นที่จุดสูงสุด
คุณไม่ต้องเป็นเซียนการตลาด คุณไม่ต้องมีของขาย 100 รายการ
คุณแค่ต้องกล้าพูดกับตัวเองว่า “พรุ่งนี้กูจะลองไปขายดูสักวัน”
แล้วทำมันให้เกิดขึ้นจริง

ถ้าคุณยังไม่เริ่มวันนี้…ปีหน้าคุณจะยังอยู่ที่เดิม
ไม่ใช่เพราะคุณไม่มีโชค แต่เพราะคุณไม่ยอมเริ่ม
และปีหน้า…คนที่อยู่บูธข้างๆ อาจเป็นคนที่เริ่มพร้อมคุณ แต่เขาเริ่มจริง แล้วตอนนี้เขาไปไกลแล้ว
คุณจะยืนมอง หรือจะก้าวออกจากโซนนั้น?
คำถามสุดท้าย…คุณจะปล่อยให้ “ความกลัวที่ยังไม่เคยลอง” มาควบคุมชีวิตคุณอีกนานแค่ไหน?
คุณอาจจะไม่พร้อม คุณอาจจะยังไม่มั่นใจ คุณอาจจะยังลังเล
แต่ข่าวดีคือ…คุณยังมี “ตัวคุณ” อยู่ และนั่นคือสิ่งเดียวที่คุณต้องใช้เพื่อเริ่มต้น
อย่าให้ชีวิตต้องจบลงด้วยคำว่า “รู้งี้” เพราะตอนนี้…คุณรู้อยู่แล้ว ว่าต้องทำอะไร

สรุปแบบไม่โลกสวย: ล้มเหลวจากการลอง ดีกว่าชนะบนโซฟา
การขายของตลาดนัดไม่ใช่ทางลัดสู่ความรวย แต่มันเป็นทางลัดสู่การเรียนรู้ การเติบโต และการเปลี่ยนแปลงตัวเองจริงๆ
เลิกกลัวความล้มเหลวที่ยังไม่เคยเกิดขึ้น เลิกใช้ความกลัวเป็นเหตุผลในการไม่ทำ
เพราะคุณไม่ได้กลัวขายของ… คุณแค่กลัวที่จะยอมรับว่า “ฉันเคยพยายามเต็มที่ แล้วมันยังไม่เวิร์ก”
แต่รู้ไหม? นั่นแหละ…คือจุดเริ่มต้นของคนที่ประสบความสำเร็จจริงๆ
เพราะพวกเขาเคยล้ม แต่ไม่เคยหยุดเดิน

