บทเรียนก่อนขายของตลาดนัด

บทที่ 11 จะขายอะไรดี? คำตอบมันอยู่ที่ “คุณเป็นใคร” ไม่ใช่ Google

By admin

ผมก็เคยเป็นแบบคุณ – กำมือถือแน่น หวังจะเจอคำตอบจากอินเทอร์เน็ต

คุณเคยพิมพ์คำว่า “ขายของตลาดนัดอะไรดี” ใน Google แล้วหวังว่าคำตอบจะเปลี่ยนชีวิตคุณไหม? ผมเคย
ตอนนั้นผมไม่มีเงิน ไม่มีสินค้า ไม่มีความมั่นใจ มีแต่ความกลัว กับความหวังว่าอะไรสักอย่างจะมาช่วยให้ผมรอด

ผู้ค้าถือสินค้าเฉพาะตัว สื่อว่าขายอะไรขึ้นกับ ‘คุณ’ ไม่ใช่ Google ขายอะไรดีตลาดนัด

แต่สิ่งที่ผมเจอคือรายชื่อ 10 สินค้าเทรนด์มาแรง กับคำแนะนำง่อยๆ ว่า “ให้เลือกสินค้าที่คนต้องการ”
ฟังดูดีใช่ไหม? จนกว่าคุณจะรู้ว่า… “คนต้องการ” มันเยอะเกินกว่าที่คุณจะตามทัน และสินค้าที่ “ขายดี” มันก็เหมือนกันหมด จนคุณแยกตัวเองไม่ออกจากคนขายอีกสิบเจ้าในตลาด

และนั่นแหละคือจุดที่ผมพัง

ผมพยายามจะขายเหมือนคนอื่น พยายามจะเป็น “ร้านที่ใช่” แทนที่จะเป็น “ตัวผมเอง”
ผมขายอะไรที่ไม่รู้จัก ไม่ชอบ และไม่อินเลย แล้วก็สงสัยว่า…ทำไมมันถึงไม่เวิร์กวะ?

ลองนึกดู — คุณดูคลิปยูทูบของคนที่ขายเสื้อผ้าตลาดนัดได้เดือนละแสน แล้วคุณก็อยากทำตาม
แต่คุณไม่ใช่เขา คุณพูดไม่เก่ง คุณไม่กล้าเรียกลูกค้า คุณขี้ร้อน คุณเกลียดคนเยอะ แล้วคุณหวังว่าคุณจะได้ผลลัพธ์แบบเดียวกัน?

มันไม่แฟร์กับตัวคุณเองด้วยซ้ำ

ตลาดนัดมันไม่ใช่เวทีที่มีแต่คนประสบความสำเร็จ แต่มันคือสนามที่คนจริงเท่านั้นที่อยู่รอด
และความจริงเริ่มต้นจาก… “การรู้จักตัวเองก่อนจะรู้จักลูกค้า”

แผงตลาดท้าทาย รอดด้วยคนจริงที่รู้จักตัวเองก่อนรู้จักลูกค้า

ตลาดนัดมันไม่ใช่แค่เรื่องของสินค้า แต่มันสะท้อน “ตัวคุณ” ออกมา

ผมเคยเห็นคนที่ขายของธรรมดา แต่แม่งโคตรจริงใจ เขาไม่ได้พยายามจะขาย เขาแค่ “เล่า” ว่าทำไมเขาถึงขายสิ่งนี้
และแปลกมาก…คนก็ซื้อ เพราะคนไม่ได้ซื้อแค่ของ คนซื้อ “พลัง” ที่อยู่ในของชิ้นนั้น

ตลาดนัดเหมือนเวทีเปิดไมค์ คุณไม่ต้องเพอร์เฟกต์ ไม่ต้องเสียงดี
แค่คุณกล้าที่จะขึ้นเวที และพูดในสิ่งที่เป็นคุณ คนจะหยุดฟัง

แล้วคุณล่ะ…รู้หรือยังว่าคุณอยาก “เล่าเรื่องอะไร” ผ่านของที่คุณขาย?

ต้องรู้จักตัวก่อนถาม ‘ขายอะไรดี?

คุณรู้จักตัวเองพอหรือยัง ก่อนจะตั้งคำถามว่า “ขายอะไรดี?”

นี่คือคำถามที่ผมอยากให้คุณลองตอบก่อน:

  • คุณอินกับอะไรแบบไม่ต้องพยายาม?
  • คุณพูดเรื่องอะไรก็ได้แบบไม่เบื่อ?
  • คุณสามารถยืนทั้งวัน ขายของที่คุณรัก แม้ไม่มีคนซื้อ ได้กี่วัน?

เพราะถ้าคุณตอบไม่ได้เลยแม้แต่ข้อเดียว
คำถาม “ขายของตลาดนัดอะไรดี” มันก็ไม่มีวันให้คำตอบที่แท้จริงกับคุณได้หรอก

ขายสิ่งที่เขาเชื่อ” และอยู่กับมันนานพอ

หยุดตามเทรนด์ แล้วเริ่มสร้างแบรนด์จากตัวตน

ไม่ใช่ทุกคนที่ขาย “เสื้อผ้ามือสอง” แล้วจะเวิร์ก
ไม่ใช่ทุกคนที่ขาย “เคสมือถือ” แล้วจะรวย

แต่ทุกคนที่ “ขายสิ่งที่เขาเชื่อ” และอยู่กับมันนานพอ…จะเวิร์ก
เพราะแบรนด์ไม่ได้เกิดจากสินค้าที่แปลก แต่มันเกิดจากคนขายที่ “แตกต่าง”

คุณอาจจะขายอะไรที่คนเคยเห็นมาแล้วร้อยครั้ง
แต่ถ้าคุณเป็นคนแรกที่ “กล้าทำให้มันมีความหมาย”
ลูกค้าจะจำคุณ…แม้ว่าคุณจะตั้งร้านเล็กๆ ในมุมมืดของตลาดก็ตาม

สินค้าธรรมดาวางมุมลึก แต่เรื่องราวคุณทำให้ลูกค้าจำ

เคสจริง: คนธรรมดา ที่ขายดีเพราะเขากล้าเป็นตัวเอง

ป้าเสื้อผ้าตลาดนัด

ป้าขายเสื้อผ้าเรียบๆ ไม่มีเทรนด์ ไม่มีแฟชั่น ไม่มีโปรโมชั่น
แต่ทุกตัวคือเสื้อที่ป้าเลือกมาเอง ลองใส่เอง และรู้สึกดีจริงๆ

เวลามีลูกค้ามาถาม ป้าพูดแค่ว่า “ตัวนี้ใส่แล้วสบาย ไม่ร้อน ใส่ไปไหว้พระยังได้เลยลูก”
ไม่ได้หวือหวา…แต่มันจริง
และคนก็กลับมาซื้ออีก

เพื่อนผมกับของเก่า

เขาเคยโดนดูถูกว่าเอา “ของเก่ามาตั้งขาย”
แต่เขาเล่าเรื่องได้ทุกชิ้น “นาฬิกาเรือนนี้เคยอยู่กับเจ้าของร้านจักรยานในยุโรปตอนสงครามโลก”
แม่งขายของเหมือนเล่านิยาย

คนซื้อเพราะเขารู้ว่า…เขากำลังซื้อเรื่องราว ไม่ใช่แค่วัตถุ

สินค้าบนโต๊ะเพียงชิ้นเดียว แต่ผู้ค้ารอขายต่อด้วยใจ

ขายสิ่งที่คุณไม่เบื่อจะขาย แม้มันจะขายไม่ออก

นี่คือบททดสอบจริงๆ ของคำว่า “ของที่ควรขาย”
ไม่ใช่ของที่ขายดี แต่เป็นของที่คุณยังอยากขาย…แม้ไม่มีใครซื้อ

คุณจะกลับบ้านไปนอนแล้วพรุ่งนี้ลุกขึ้นมาเช็ดฝุ่นจากของเดิม แล้วตั้งหน้าร้านต่อไหม?
ถ้าใช่ — นั่นแหละ “ของที่ใช่”

เจ้าของร้านยืนตรงด้วยท่าทางเปิดเผย แสดงถึงความจริงใจเต็มเปี่ยม

เพราะถ้าคุณยังไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร สินค้าอะไรก็ขายไม่ออกอยู่ดี

ลองนึกภาพคุณไปถามคำถามนี้กับร้านอาหาร:

“จะขายอะไรดีครับ?”
“อืม…คุณเป็นเชฟสายไหน?”
“ไม่รู้ครับ แค่เห็นว่าอาหารขายดี เลยอยากเปิดร้าน”

มันฟังดูแปลก แต่คุณกำลังทำแบบนั้นกับ “การขายของตลาดนัด” อยู่ทุกวัน
คุณกำลังหาคำตอบโดยไม่รู้ว่า “คำถามจริงๆ” คืออะไร

และคำถามจริงคือ…
คุณพร้อมจะเป็นคนขายที่ “โคตรจริงใจ” หรือยัง?
เพราะนั่นแหละ…คือสิ่งที่ตลาดนัดขาดอยู่เสมอ

สินค้าวางคู่กับภาพสะท้อนตัวคุณ แทนไอเดียคือการกล้าเป็นตัวเอง

บทส่งท้าย: คุณไม่ได้ต้องการไอเดียขายของหรอก…คุณต้องการความกล้าที่จะเป็นตัวเอง

ผมไม่ได้มีสูตรสำเร็จให้คุณหรอก
ไม่มีลิสต์ “10 สินค้าขายดีประจำปี” ไม่มีเคล็ดลับปิดการขายภายใน 3 วินาที

แต่ผมมีสิ่งที่สำคัญกว่า — คำถามที่คุณต้องกล้าตอบ

  • คุณขายเพราะอะไร?
  • คุณอินกับมันจริงไหม?
  • ถ้าวันนี้ขายไม่ได้เลยสักบาท คุณยังอยากตั้งร้านพรุ่งนี้อยู่ไหม?

ถ้าคุณตอบว่า “ใช่” ทุกข้อ คุณพร้อมแล้ว
และผมไม่สนหรอกว่าคุณจะขายตะกร้าหวาย หรือสติ๊กเกอร์ติดมือถือ
ผมรู้แค่ว่า…คุณจะขายมันได้แน่ เพราะคุณเป็นของจริง

และในโลกของตลาดนัด —
ของจริง มันหายากกว่าสินค้าเทรนด์เยอะเลยครับ